สำหรับท่านลูกค้าที่เคยสอบถามกันมาว่าผ้าชีฟองเป็นอย่างไร ดูแลรักษาอย่างไร วันนี้เรามีความรู้นำมาแบ่งปันกันค่ะ ผ้าชีฟองเป็นผ้าทอเนื้อบางเบา โปร่งแสง มีน้ำหนักเบา ไม่ซึมซับน้ำ เป็นผ้าที่เหมาะสำหรับนำมาตัดเสื้อ กระโปรง ชุดกระโปรง หรือชุดราตรี เป็นผ้าที่มีความคงทนปานกลาง เกาะเกี่ยวง่าย แต่สวมใส่สบาย ผ้าชีฟองผลิตจากเส้นใยต่างๆ ได้หลายชนิด เช่น ใยไหม หรือใยสังเคราะห์เช่น โพลีเอสเตอร์ ไนล่อนเป็นต้น ผ้าชีฟองมีทั้งผ้าย้อมสีพื้นและ ผ้าพิมพ์ลาย

คุณสมบัติของผ้า
- โปร่งเบา และ โปร่งแสง เส้นใยละเอียด จึงเกาะเกี่ยวง่าย
- น้ำหนักเบา
- ซึมซับน้ำค่อนข้างปานกลาง
- ไม่ทนความร้อนสูง จึงไม่ควรนำไปรีด
- ยับยาก แต่ผ้าคืนตัวง่าย และ ไม่หดเมื่อถูกน้ำ
- เหมาะกับตัดเป็นเสื้อผ้าสตรี ที่เน้นความสวยงามตามแฟชั่นจนถึงความหรูหรา มากกว่า ความคงทน
วิธีการดูแลรักษา
- ซักด้วยมือเท่านั้น ด้วยผงซักฟอกเพียงเล็กน้อย หรือ น้ำยาซักแห้ง
- ไม่ควรแช่
- ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มเพียงเล็กน้อย
- กลับด้านตาก และตากในร่ม
- หากเป็นชุดราตรี หรือ หรือชุดยาวที่มีน้ำหนักมาก ควรตากในแนวราบ
- ไม่ต้องรีด หากจำเป็นควรรีดด้วยความร้อนต่ำมาก
เนื้อผ้าที่นำมาทำเสื้อยืดนั้นมีหลายเกรดหลายราคา รวมถึงคุณสมบัติของเนื้อผ้าก็แตกต่างกัน โดยเนื้อผ้าที่นำมาทำเสื้อยืดนั้นแบ่งได้เป็น 3 ประเภท

ประเภทที่ 1 เนื้อผ้าที่ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ หรือ ผ้าฝ้าย โดยการนำปุยฝ้ายเส้นเล็กๆ มาปั่นให้เป็นเส้นด้ายแล้วนำมาทอเป็นผ้าผืน ซึ่งเนื้อผ้าประเภทนี้จะให้ความรู้สึกในการสวมใส่สบาย เนื้อผ้านุ่มเนียน ระบายอากาศดี(เนื่องจากเส้นใยมีรูพรุน)ไม่อมเหงื่อแม้อยู่กลางแจ้งในวันที่ แดดเปรี้ยง ๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นผ้า Cotton 100 % เกรดดี ซึ่งนี่ถือเป็นข้อดีของเนื้อผ้าชนิดนี้ โดยราคาจะแปรตาม เกรดของเนื้อผ้าส่วนข้อเสีย เวลารีดต้องออกแรงกับรอยยับมากกว่าผ้าชนิดอื่นรวมถึงเมื่อซักไปนานๆ ผ้าจะเริ่มยืดและย้วยง่ายกว่าผ้าชนิดอื่น
ประเภทที่ 2 เป็นเนื้อผ้าผสมระหว่างเส้นใยธรรมชาติ และเส้นใยสังเคราะห์ (ตัวย่อว่า TC ,CVC, CTC ขึ้นกับเปอร์เซ็นต์การผสมของเส้นด้าย) เนื่องจากกระบวนการผลิตผ้าใยสังเคราะห์นั้นเป็นผลพลอยได้มาจากการกลั่น น้ำมันในอุตสหกรรมปิโตเครมี ซึ่งสามารถควบคุมขั้นตอนการผลิตในเชิงปริมาณได้ ต่างกับผ้าเส้นใยธรรมชาติที่ต้องพึ่งผลผลิตจากการปลูกฝ้าย และดินน้ำลมฟ้าอากาศ รวมถึงแมลงที่เป็นศัตรูตัวฉกาจในการทำลายผลผลิต รวมถึงในเรื่องการขนส่ง และกระบวนการในการผลิตเส้นด้ายจากฝ้ายที่มีความละเอียดอ่อนและซับซ้อน จึงทำให้ต้นทุนของผ้า cotton 100 % (เกรดดี ทอด้วยด้ายเส้นเล็ก) สูงกว่า และจุดเด่นของผ้าเนื้อผสมคือเรื่องการควบคุมการยืด(หด)ย้วยจะทำได้ดีกว่า cotton 100 % แต่ข้อเสียที่ติดมาจากใยสังเคราะห์คือจะระบายอากาศได้ไม่ดีเท่า cotton 100 % (ถึงแม้จะทอให้เส้นใยมีรูเล็ก ๆ เพื่อช่วยในการระบายอากาศแล้วก็ตาม) แต่ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ระดับปานกลาง เส้นด้ายที่นิยมนำมาทอผ้า TC คือเบอร์ 20 และ 32 และ 40 เสื้อยืดที่ผลิตจากผ้าประเภทนี้ ราคาอยู่ในระดับปานกลาง โดยขึ้นกับเบอร์ผ้า และ % การผสมกันระหว่างเส้นใย Cotton 100% และเส้นใยสังเคราะห์ เปอร์เซ็นต์การผสมของผ้า TC ระหว่าง Polyester และ Cotton จะอยู่ที่อัตราส่วน 65% ต่อ 35% และสำหรับเนื้อผ้าผสม CVC จะอยู่ที่ Cotton 70-85% ต่อ Polyester 15-30% ส่วน CTC จะใช้ cotton 70% และเส้นใยสังเคราะห์ 30%
ประเภทที่ 3 เนื้อผ้าใยสังเคราะห์หรือโพลีเอสเตอร์ (ใช้ตัวย่อว่า TK) วัตถุดิบที่นำมาทำผ้าเส้นใยสังเคราะห์ได้มาจากปิโตรเคมี เสื้อยืดที่ทำจากเนื้อผ้าประเภทนี้จะมีราคาถูกที่สุด ข้อดีคือมีความคงสภาพอยู่ทรง ไม่หดไม่ย้วย เนื้อผ้าจะมีความมัน แต่ข้อเสียคือเนื้อผ้าจะระบายอากาศได้น้อยมาก ถ้าใส่อยู่ในที่แดดร้อนๆ หรืออากาศอบอ้าว จะรู้สึกไม่สบายตัว โดยเฉพาะคนที่เหงื่อออกง่ายจะยิ่งชุ่มไปด้วยเหงื่อ เนื่องจากเนื้อผ้าดูดซับเหงื่อได้น้อย และเมื่อใส่ไปนานๆ (ซักบ่อยๆ) เสื้อผ้าจะขึ้นขุย
สวัสดีลูกค้าร้านผ้าแฟนซีทุกคนเลยนะคะ ช่วงนี้ใกล้เข้ามาแล้วนะคะ เทศกาลคริสมาสต์ และเทศกาลปีใหม่ ต้อนรับปี 2555 ทางร้านผ้าแฟนซีก็มีเทศกาลเอาใจลูกค้าร้านผ้าแฟนซีเหมือนกันค่ะ นั่นก็คือ เทศกาลลดล้างสต๊อกปี 2555 ซึ่งผ้าที่นำมาลดนั้นเป็นผ้า single jersey และ lacoste หลากหลายไสตล์เลยล่ะคะ ซึ่งจัดโปรโมชั่นอยู่ในราคา 175 บาทต่อกิโลกรัม นอกจากจะมีผ้าริ้วที่มาใหม่แล้ว ทางร้านเรามีผ้าลาย Hybrid มาใหม่อีกด้วยนะคะ ซึ่งเนื้อผ้านั้นนิยมนำมาทำเป็นเสื้อโปโล ราคาผ้าอยู่ที่ 250 บาทต่อกิโลกรัมค่ะ สวมใส่สบาย อยากแนะนำให้ลองกันนะคะ วางจำหน่ายแล้วด้วยเหมือนกันที่หน้าร้านผ้าแฟนซีเลย ตอนนี้ยังไม่มีช่วงหมดเขตนะคะ ลูกค้าร้านผ้าแฟนซีถ้าสนใจมาชมกันที่หน้าร้าน หรือจะโทรมาสอบถามได้เลยนะคะ ยังไงร้านผ้าแฟนซีขอให้ลูกค้ามีความสุขมากๆ กับเทศกาลที่จะมาถึงในไม่กี่วันข้างหน้านะคะ ” Merry X’mas and happy new year ”
แบบผ้าที่นิยมนำมาทำเสื้อโปโลค่ะ
สำหรับลูกค้าที่สนใจเสื้อผ้า อยากมีเสื้อผ้าใหม่ๆสวมใส่กันแล้วล่ะก็ แวะมาที่ร้านผ้าแฟนซีของเราได้เลยนะคะท้ายซอยวัดสน เสื้อผ้าที่วางจำหน่ายนั้นเป็นผ้า 100% cotton และทางเราทำเองด้วยนะคะ ราคาย่อมเยาว์ เพียงตัวละ 50 บาทเท่านั้น ระยะเวลาการวางจำหน่ายก็ไปเรื่อยๆค่ะ ยังไม่มีหมดเขตแต่อย่างใด เอาใจลูกค้าเลยนะคะเนี่ย ลูกค้าท่านใดแวะมาดูผ้านะคะ

ในหัวข้อนี้เรามีความรู้เรื่องการดูผ้าบิด ผ้าหดตัวมาฝากลูกค้ากันนะคะ
วิธีการเช็คผ้าบิด ผ้าในตลาดทั่วไปจะมีการเทสน้ำหนัก หน้าผ้า เปอร์เซ็นต์หด เปอร์เซ็นบิด (ด้าน กว้าง, ด้านยาว) มีผลในการทำการ์เม้นต์ การตัดผ้า ปัจจัยที่มีผลคือเครื่องทอ,โรงย้อมด้วย จะต้องมีมาตรฐาน เหมาะสมกับผ้าเป็นอย่างมากนะคะ เวลาเทสจะเทสเปอร์เซ็นต์หดกับเปอร์เซ็นบิดไปพร้อมกัน จะมีสเกลนำมาทาบกับผ้า โดยก่อนอื่นเราจะเอาสเกลทาบกับผ้าแล้ววาดลงไปที่ผ้า ในตอนแรกที่ผ้ายังไม่ผ่านการซักเลย หลังจากนั้น เรานำผ้าไปซักล้าง ผ่านผงซักฟอก ผ่านการย้อม ผ้าที่ได้จะมีลักษณะหดหรือบิดไปแค่ไหนเราจะเอาสเกลนั้นมาวัดที่ผ้าผืนเดิมที่อีกครั้งโดยทาบกับตำแหน่งที่วาดไปตอนแรก ซึ่งเปอร์เซ็นต์บิดนั้นเวลาซักไปอาจจะมีการบิดไปเป็น นิ้ว สองนิ้ว เวลาการ์เม้นตรวจสอบจะนำไปตัดเป็นเสื้อตัวอย่างก่อนโดยผ่านการซักล้าง พอผ่านการซักล้างก็จะมีการนำมาเทสโดยจะกล่าวต่อไปค่ะ
เรามาดูวิธีการต่างๆกันดีกว่าค่ะ
การเทสเพื่อทำผ้าบิด
- นำผ้าที่ยังไม่เคยผ่านกระบวนการซัก ย้อม เหมือนซื้อมาใหม่ๆเลย มาวาดสเกลลงบนผ้าไว้เลย
- จากนั้นนำผ้านั้นไปผ่านกระบวนการซัก ย้อม
- เมื่อถึงวิธีการตากผ้า อย่านำไปตากที่ราวตากผ้า หรือพาดตามที่ต่างๆ ให้นำผ้านั้นตากแบบปล่อย สบายๆไปเลย
- เมื่อผ้าแห้งแล้ว ให้นำสเกลเดิมมาทาบรอยสเกลที่วาดไว้ที่ผ้าเช่นเดิม
- เราจะเทสผ้าด้วยการซัก ย้อมผ้านั้นเต็มที่ 3 ครั้ง แต่ละครั้งก็จะมาวัดเปอร์เซ็นต์หด เปอร์เซ็นต์บิด ในแต่ละครั้งว่าหด หรือ บิดไปอีกเท่าไร ถ้าเราจะมีการซักครั้งที่ 4 หรือครั้งต่อๆไป ผ้านั้นจะคงที่ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีการหด หรือบิดไปมากกว่านี้อีกค่ะ
วิธีคำนวณผ้าบิด
- เราจะมาดูกันว่าเมื่อนำสเกลมาทาบแล้วจะ สเกลที่วาดไว้ยังจะตรงเทียบเท่ากับอุปรณ์สเกลหรือไม่
- ให้ดูตามด้านกว้าง ด้านยาว ถ้าผ้านั้นมีการหดตัว คือว่ารอยที่วาดไว้จะหดตัวเข้าไปจากสเกลจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับผ้า แต่ถ้ารอยที่วาดมีการเหลื่อมออกมาจากสเกล หรือจากตอนแรกที่วาดสเกลเป็นเหลี่ยม แต่พอวัดสเกลแล้วมีการเฉียง เบี้ยว นั้นคือเกิดจากการบิดตัวของผ้านั่นเองค่ะ
- การบิดเบือนที่ยอมรับได้ของผ้า บวกลบแล้วจะต้องไม่เกิน 5% นะคะ
การแก้เรื่องผ้าบิด
- การเลือกเครื่องย้อมให้เหมาะสมกับผ้า
- การเลือกเครื่องทอให้เหมาะสมกับผ้า
- ลายทอ โครงสร้างลายทอ
- เกรียวเส้นด้าย เป็นชนิด S กับ Z
- ลดปริมาณการ feed ของผ้า จะทำให้ผ้าบิดน้อยลง