รูปแบบการทอแบบหมวดใหญ่ๆได้เป็น
- ทอกลม Knitting ทำผ่านทางเครื่องทอกลม (circular knitting) ทำให้ได้ผ้าแนวผ้ายืด 90%ขอผ้าที่อยู่ในวัดสน จะเป็นผ้ายืดแบบนี้
- ทอธรรมดา Weaving ต้องมีการวางเส้นด้ายยืน แล้วก็พุ่งเส้นด้ายแนวขวาง ทำให้เกิดผ้าที่เป็นผ้าทำเสื้อเชิ้ต แต่เนื่องจากเราสนใจแต่เรื่องของผ้ายืด ดังนั้นเราจะไม่พูดถึงการทอผ้าแบบ weaving ในที่นี้
ลักษณะของเครื่องทอกลมเป็น อย่างไร
เครื่องทอกลมจะมีการเอาเส้นด้ายมาวางรอบๆเครื่อง เช่น 100 ลูก หรือ 120 ลูก
แต่ละลูกจะดึงขึ้นไปยังเข็มทอ feeder

รูป แบบการทอ
single jersey – การทออย่างนี้จะได้ผ้าเรียบ หรือในท้องตลาดเรียกว่าผ้า single

RIB - ทอจะได้ผ้า RIB หรือว่าผ้าหล่อบุ้ง จะมีรูปแบบย่อยในการทออีกเช่น Rib1x1, Rib2x2 ซึ่งจะได้รูปแบบข้องผ้าที่่มีแนวแตกต่างกันไป เหมาะสำหรับการทำ คอเสื้อยืด หรือเสื้อผู้หญิงที่มีความยืดหยุ่น
Lacoste - ผ้ามีลักษณะเป็นตาๆ เหมาะสำหรับทำเสื้อโปโล เกิด effect จากการทำชักเข็ม
จูติ - ผ้าลักษณะคล้ายกับ Lacoste เหมาะสำหรับทำเสื้อโปโล ต้องดูจากตัวอย่างผ้าจริงจะเห็นความแตกต่างชัดเจน
Interlock - ผ้าลักษณะคล้ายกับ Lacoste เหมาะสำหรับทำเสื้อโปโล ต้องดูจากตัวอย่างผ้าจริงจะเห็นความแตกต่างชัดเจน
การทอสลับ
การ นำเราเส้นด้าย 2 ตัวขึ้นไปมาทอสลับที่ความถี่สูงๆ เช่น หนึ่งเส้นต่อหนึ่งเส้น โดยจะทำให้ผ้าที่ได้ออกมามีลวดลายที่ไม่ต่างจากการทอเต็มนัก แต่สามารถจะลดต้นทุนในเรื่องของเส้นด้ายไปได้ส่วนหนึ่งถ้ามีการทอสลับกันระ ห่างเส้นด้ายราคาถูก และเส้นด้ายราคาแพง
โดยมากสินค้าของก้องเกียรติซึ่ง เป็นเส้นด้ายที่มีราคาจะนำเอามาสลับกับเส้นด้ายที่มีราคาปกติ เพื่อทำให้ผ้าที่ได้ออกมามีต้นทุนการผลิตที่ต่ำลงแต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ ความเป็นแฟนซีของเส้นด้ายเอาไว้ได้
น้ำหนักผ้าผืด (กรัม ต่อ ตารางเมตร)
น้ำหนักผ้าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ควบคุมความหนา ความบางของผ้า โดยเกิดจาก ขนาดของเส้นด้ายที่ใหญ่หรือเล็ก และการทอผ้าที่จะทำให้แน่นกว่าปกติ หรือบางกว่าปกติ
นอกจากนี้สีที่ใช้ใน การย้อม และรูปแบบการทอก็ยังมีผล เช่น ที่เส้นด้ายเบอร์ 30 เอามาทำ Single ก็ได้จะได้ผ้าที่บางกว่า การทอแบบ Lacoste
ตัวอย่างผ้าเรียบที่ทอแบบ single jersey
เส้นด้าย NE 20??? น้ำหนักผ้าอยู่ที่? 190 g/m2
เส้น ด้าย NE 32?? ?น้ำหนักผ้าอยู่ที่? 160 g/m2
เส้นด้าย NE 40?? ?น้ำหนักผ้าอยู่ที่? 110 g/m2
ตัวอย่างผ้า Lacoste
เส้นด้าย NE 20??? ?? น้ำหนักผ้าอยู่ที่? 230 g/m2
เส้นด้าย NE 32?? ??? น้ำหนักผ้าอยู่ที่? 180 g/m2
เส้นด้าย NE 40/2 ?? น้ำหนักผ้าอยู่ที่? 230? g/m2 (เพราะเส้นด้ายเบอร์ 40/2 มีขนาดเทียบเท่ากับเส้นด้ายเบอร์ 20)
ผ้าดิบ หมายถึง ผ้าที่ผ่านกระบรวนการทอเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ผ่านกระบรวนการฟอกย้อม เพื่อทำเป็นผ้าสำเร็จ
ผ้าสุก หมาย ถึง ผ้าที่ผ่านกระบรวนการฟอกย้อมเรียบร้อยแล้ว เป็นผ้าที่พร้อมนำไปใช้ในการตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าได้ทันที
การทอ ผ้าริ้ว
ในการทอผ้าริ้วนั้นมีวิธีการทำงานอยู่ 2 รูปแบบ
1. ใช้ Yarn dyed หรือเส้นด้ายย้อมสีแล้ว มาทำการทำขัดกันระหว่างสีหนึ่งกับ อีกสีหนึ่ง ข้อดีคือ จะได้ผ้าที่มีเนื้อวัตถุดิบชนิดเดียวกัน ไม่จำกัดสีในการขัดริ้ว ข้อเสีย ราคาจะแพง เพราะว่าต้องมีการย้อมสีที่ตัวเส้นด้าย และจะมีการสูญเสีย เนื่องจากการเหลือเศษเส้นด้ายเยอะมาก
2. การใช้เส้นด้ายต่างชนิด ที่มีความสามารถในการดูดกลืนสีที่ต่างกันมาทอคู่กัน ตัวอย่างเช่น เอาเส้นด้าน Cotton 100% มาทอที่ริ้วแรก แล้วเอาเส้นด้าน Polyester 100% (TK) มาทอที่ริ้วถัดมา
เมื่อนำเอาผ้ายืดผืนสำเร็จนั้นไปทำการย้อมที่สี Reactive ซึ่งจะติดบนเนื้อ cotton เท่านั้น ก็จะทำให้ได้สีที่ส่วน cotton แต่ส่วน polyester ยังเป็นสีขาวเดิม ของมันอยู่?? ถ้าเราใช้วิธีนี้ก็จะทำการใส่สีลงที่ผ้าเท่านั้น
ข้อดีก็คือ ราคาถูก ไม่ต้องทำ Yarn Dyed จัดการกับ stock ผ้าดิบอย่างเดียว
ข้อเสียก็คือ เนื้อผ้าจะต้องเป็น Cotton ผสม Polyester เท่านั้น, การตกของสีจากส่วนหนึ่งไปยังอีกส่วนหนึ่ง, สีจำกัดได้แค่ 2 สี (ส่วนใหญ่ผ้ายืดริ้วในวัดสนจะใช้วิธีการทำนี้ทำให้ได้ผ้ายืดที่มีส่วนผสม 50%cotton + 50%polyester)
การ ทอริ้ว Feeder กับ ริ้ว Auto(ริ้ว engineer)
ริ้ว Feeder คือการใช้เครื่องทอกลมธรรมดามาสร้างให้เกิดริ้ว ข้อจำกัดคือ ริ้ว 1 repeat จะมีขนาดได้ไม่เกินความใหญ่ของ feed การทอ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 3 นิ้ว ดังนั้นถ้าริ้ว repeat หนึ่งใหญ่กว่านั้นก็จะทำไม่ได้ ข้อดีคือ ค่าใช้จ่ายในการทอเท่ากับการทอธรรมดา
ริ้ว AUTO(ริ้ว engineer) คือการใช้เครื่องพิเศษที่ออกแบบมาให้สามารถทอริ้วที่มี Repeat ขนาดใหญ่ได้ โดยตัวเครื่องอาจจะต้องมีคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการทำงาน ข้อดีคือ ไม่มีขีดจำกัดในการทอริ้ว ข้อเสียคือค่าใช้จ่ายแพงมาก มีคนที่รับทำน้อย
การทอ Body Size
คือการทอกลมแบบหนึ่งที่จะทำให้ผ้ายืดที่ได้ออกมามีขนาด เท่ากับ ตัวเสื้อเลย โดยไร้ตะเข็บ เพราะว่าผ้ายืดที่ออกมามีขนาดเท่ากับตัวเสื้อเลย เช่น เส้นผ้าสูญกลาง 15,16,17,18 นิ้ว มันจะทำให้ง่ายต่อการตัดเย็บ
แต่ข้อเสียก็คือ การทอมันจะ fix size มากเกินไปทำให้เอาผ้านั้นไปทำอย่างอื่นได้ยาก นอกจากเอาผ้ามาทำเสื้อยืด




