การย้อมผ้า

การยอมสีผ้า

การ Lab สีผ้า
การทำ Lab สีคือ การทดลองให้โรงย้อม ทำสีผ้าออกมาให้เลือกก่อนที่จะทำการย้อม production จริง โดยสีที่ lab ออกมาจะทำออกมาประมาณ 2-3 เฉดสี ต่อ 1 งานสีที่ให้ทำเพื่อให้ลูกค้าเลือก
สี ที่เราสั่งให้ไปทางโรงย้อมในครั้งแรกอาจจะมาจาก สี code Pantone หรือว่า สีของผ้าตัวอย่างจริง
การ Re Lab คือการนำเอา lab สีไปทำใหม่ เพราะว่าสีที่ออกมาจากการ lab อาจจะไม่ตรงกับที่เราต้องการเลยต้องมีการทำ Lab ใหม่ใช้เวลาทำประมาณ 1 อาทิตย์

การย้อมผ้าผืน มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า piece dyed (เอาผ้าดิบ ไปย้อมสี)

การย้อม ก็คือการให้สีบนผืนผ้า เป็นกระบรวนการที่เราต้องอาศัยโรงย้อม โดยสีที่ใช้ก็คือสารเคมีที่แตกต่างกัน แต่ละสีก็จะมีคุณสมบัติการย้อมง่าย ย้อมยาก ในการควบคุมคุณภาพที่แตกต่างกัน

การย้อมสีผ้า Cotton

การย้อมสีผ้า Cottonนั้นมีด้วยการใช้คุณภาพของสีที่แตกต่างกันไปได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับ ความสีตก ราคา ความสดใสของสี สิ่งแวดล้อม โดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็นสารย้อม สีแบบไหน สีต่างๆจะถูกแบ่งออกมาเป็น ขั้นของสีอันได้แก่
สีอ่อน, สีกลาง, สีเข้ม (จริงๆแบ่งตามความเข้มข้นของสารเคมีย้อมที่ใส่ลงไป) ซึ่งก็จะมีราคาในการย้อมที่แตกต่างกันไป
ชนิดของสีย้อม cotton มีได้แก่
1.สี Reactive เป็นกลุ่มสีที่มีคุณภาพดีที่สุดในตลาด เปอร์เซนต์สีตกต่ำที่สุด เป็นสีเกรดที่ใช้ในการทำผ้าส่งออกทั่วๆไป แต่ราคาจะเป็นตัวที่สูงที่สุด
2.สี Direct fix เป็นกลุ่มสีคุณภาพระดับรอง เป็นสีในกลุ่มที่ลูกค้าระดับวัด สนสามารถรับคุณภาพได้ คุณภาพที่ด้อยลงมากว่าสี Reactive ก็คือเปอร์เซนต์สีตกจะไม่ดีเท่ากับสี Reactive แต่ว่าค่าใช้จ่ายก็ต่ำลงมาด้วยเช่นกัน (จึงเป็นสาเหตุให้ลูกค้าระดับวัดสนสามารถใช้ได้) แต่ไม่แนะนำให้ลูกค้านำเอาผ้าไปตัดต่อกับผ้าสีขาว
3.สีดำ Sulphur โดยปกติการย้อมสีดำจะมีต้นทุนที่สูง ดังนั้นจึงมีการใช้สีดำ Sulphur ที่มีต้นทุนต่ำลงมากมาใช้ แต่สีชนิดนี้จะมีเปอร์เซนต์สีตกที่แย่กว่า (อาจจะตกลงไปบนสีขาวได้อย่างชัดเจน) ทำลายธรรมชาติมากกว่าปกติ คุณภาพของสีนี้ไม่สามารถทำงานตั๋วส่งออกได้เลย แต่คุณภาพก็ยังเป็นที่ย้อมรับกันในตลาดระดับวัดสนได้

การย้อมสีผ้า Polyester

ชนิดของสี ย้อม Polyester คือ สี Disperse เป็นการย้อมสีที่ต้องใช้ความร้อนสูง และสีจะติดลงบนส่วนผสมที่เป็น polyester เท่านั้น ข้อดีของสี disperse คือราคาค่าย้อมในทุกสีเท่ากันหมด (ไม่มีขั้นของการย้อมสีอ่อน กลาง เข้ม)

การ ล้างน้ำ การฟอกขาว

การฟอกขาว ก็คือ การทำให้ผ้ามีความขาวมากขึ้น โดยใส่ สารพวก OBA เข้าไป แต่ในความขาวก็อาจจะมีระดับของความขาวที่ไม่เท่ากัน เช่นขาว ขาว off white,ขาวยุโรป , etc
การล้างน้ำ ก็คือ การเอาผ้าที่มีสีแล้ว เช่นผ้าริ้ว Yarn Dyed, ผ้าท๊อปดาย์ จากงานทำล้างทำความสะอาด ส่วนของสี หรือสิ่งสกปรกที่ติดค้างอยู่ในผ้าให้ออกไป

การ finishing

การ ใส่สารเคมี เพื่อทำให้ผ้าหลังจากย้อมมีคุณสมบัติที่ดียิ่งขึ้น โดยอาจจะทำให้ผ้านุ่มขึ้น การใส่ silicone กันไฟได้ ป้องกันแบคทีเรีย โดย ปกติ การสั่งย้อมจะมีการ finish คู่มาให้ด้วยอยู่แล้ว แต่ถ้าลูกค้าต้องการความพิเศษมากกว่าปกติ ก็จะต้องมีการจ่ายต้นทุนมากขึ้น

การ ย้อมเฉพาะส่วน

สืบเนื่องจากคุณสมบัติของสีย้อมบน cotton จะไม่ไปติดบน polyester และในทางกลับกันก็เช่นกัน ดังนั้นเราสามารถที่จะนำคุณสมบัตินี้มาใช้งานได้ดังนี้
เอาผ้า T/C มาย้อมด้วยสีแบบ Disperse อย่างเดียว ก็จะทำให้ได้ผ้าที่มีสีเหลือบ คล้ายท๊อปดายที่เกิดจากการปั่น
เอาผ้าริ้วระหว่าง cotton + Poly มาย้อมสี Disperse ก็จะได้สีติดอยู่ที่ฝั่ง Polyester เท่านั้นทำให้เกิดหน้าตาของริ้วขึ้น

อบกลม

ผ้าส่วนใหญ่ใน ไทย พวกประตูน้ำ จะอบกลม สาเหตุ เพราะว่าหน้าโต๊ะตัดที่ใช้มันไม่มี แต่ข้อเสียของการอบกลมคือควบคุมเปอร์เซนต์หดได้ยาก และมีการเสียริม
การอบ กลมมีหลายขนาด
Body size เครื่องทอจะทอออกมาเป็นขนาดของตัวเสื้อเลย ดังนั้นในการอบกลมก็จะได้ขนาดหน้าผ้าที่เท่าตัวเสื้อเลย ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาตัดเย็บกันอีกรอบ
ผ้าปกติ 32 – 45 นิ้ว แล้วแต่ spec ของเครื่อง ปกติที่ร้านผ้าหน้ากว้างจะอยู่ที่ 36,37,38 นิ้ว แล้วแต่การทอ น้ำหนักผ้า ส่วนผสม

อบผ่า

อบผ่าก็คือ ผ้าที่ออกมาจากการทอกลม แล้วนำเอามาผ่า
ข้อดีคือ ผ้าที่ได้มี % หดได้ดี ส่วนมากจะใช้กับ order ส่งออกที่ต้องการคุณภาพสูงๆ
ข้อเสีย เศษผ้าเยอะกว่า เสียค่าผ่าเพื่อ โต๊ะตัดต้องเพิ่ม การจัดเก็บยากกว่า
ริ้ว จะต้องเป็นอบผ่าเท่านั้น เพราะทำให้ริ้วที่ได้ตรงเสมอกัน

Comments are closed.