การตัดเย็บเสื้อ

สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มธุรกิจเสื้อผ้า หลายคนๆ อาจจะไม่รู้ว่า ก่อนที่จะเริ่มธุรกิจนี้เรา จำเป็นต้องรู้อะไรบ้าง ใช่มั๊ย ดังนั้นวันนี้เราจึงอยากมาอัพเดท ข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับคนที่อยากจะมีขายเสื้อผ้าของตัวเองจ้า

ก่อนทำร้านเสื้อผ้าของตัวเอง สิ่งที่ต้องรู้ คือ

- การเลือกผ้า เนื้อผ้าแบบไหนที่เราต้องการ เช่นว่า ตอนนี้เมืองไทยอากาศกำลังร้อนอยู่ เสื้อกล้าม น่าจะขายดี จึงอยากทำเสื้อกล้ามขายในร้าน คำถามก็คือ เนื้อผ้าแบบไหนหล่ะ ที่เหมาะกับหน้าร้อน ซึ่งที่จริงแล้ว ทั่วไปคนซื้อผ้าส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกใช้เนื้อผ้า Cotton เบอร์ 32 ในการตัดเสื้อ เพราะว่าเป็นเนื้อผ้าที่ไม่บางแล้วก็ไม่หนาจนเกินไป หาซื้อได้ง่าย ส่วนบางคนที่อยากได้เนื้อผ้าแบบบางเฉียบ ก็ต้องเป็นเบอร์ 40 แต่ว่าก็ไม่ค่อยนิยมกันสักเท่าไหร่ เพราะราคาจะค่อนข้างแพง

- เมื่อเลือกและซื้อผ้าได้แล้วคำถามต่อไป ก็คือ แล้วเราจะทำ แพ็ทเทิร์น กับตัดเย็บที่ไหนดีหล่ะ ??? เอาหล่ะ คำถามก็เริ่มมาเป็นชุดๆ แล้วสินะ
เริ่มต้นก็คือ เราจำเป็นที่จะต้องหาช่างตัดเย็บที่อยู่ใกล้ๆบ้านเรา นั่นแหล่ะ ดีที่สุด เพราะว่า เมื่อเวลาเรามีปัญหากับงานตัดเย็บของเรา เราก็จำเป็นที่จะต้องวิ่งไปดูงาน ที่ร้านตัดเย็บใช่มะ หรือว่า ถ้าอะไหล่ตกแต่งเสื้อเราขาด เราก็ต้องวิ่งเอาของไปให้ ดังนั้นหาที่สะดวกเราไว้นั่นแหล่ะดีที่สุด
ซึ่งการหาช่างตัดเย็บก็สามารถดูได้จากใน เว็ปไซด์ www.garmentjob.com ซึ่งเป็นเว็ปที่เกี่ยวกับการหาแหล่งผลิตตัดเย็บโดยตรง หรือ search หาจากในกูเกิล ก็ได้เช่น กัน ง่ายมากๆๆๆ

- เมื่อได้ช่างตัดเย็บแล้ว เราก็จำเป็นต้องหาช่างแพ็ทเทิร์นด้วยใช่ม้า เพราะว่าเสื้อผ้าเราจะสวยหรือไม่นั้น แพ็ทเทิร์นก็ถือเป็นปัจจัยหลัก ที่สำคัญมากๆ เลยทีเดียวก็ว่าได้ เสื้อตัวอย่างเราออกมาสวย เมื่อตัดเย็บออกมาแล้ว มันก็จะดูดี อ่ะนะ พูดถึงเรื่องค่าแพ็ทเทิร์น พร้อมขึ้นตัวอย่าง โดยมาตรฐานจะ
อยู่ที่ประมาณ 300-500 บาท แล้วแต่ความเก่งกาจของ ช่างแพ็ทเทิร์น ซึ่งเราไม่อาจจะรู้ได้เลยว่า เค้าเก่งจริงรึเปล่า นอกจากว่า จะลองเอาแบบเสื้อที่เราอยากจะได้ ไปให้เค้าลองขึ้นดู (ทูกอย่างต้องลองนะ) เมื่อได้แพ็ทเทิร์นเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องเอามันส่งไปให้กับร้านตัดผ้า ที่เราดิวด้วย

- ช่างตัดผ้าก็จะเอาผ้าที่เราซื้อมา ไปปูบนโต๊ะตัดอีก ที ซึ่งโดยทั่วไป โต๊ะตัดหน้ากว้างจะอยู่ ประมาณ ที่ 40 นิ้ว หน้าผ้าเราก็อยู่ที่ประมาณ 36-38 นิ้ว เป็นผ้าอบกลม เค้าก็จะปูทบไปทบมาบนโต๊ะ แล้วก็วางแพ็ทเทิร์นบนผ้า พร้อมลงมือตัด ด้วยเครื่องตัดอีกที ก็ต้องใช้ฝีมือกันเล็กน้อยอ่ะนะ แต่โต๊ะตัดที่มีฝีมือจริงๆ จำเป็นที่จะต้องรู้วิธีการวางแพ็ทเทิร์นไปบนผ้าผืน ด้วยนะ ไม่งั้นจะทำให้เสียเศษผ้าเยอะ จำนวนตัวที่ตัดได้ ก็จะน้อยตามไปด้วย เราต้องคอยเน้นย้ำ คนตัด ให้เค้าช่วยตัดแบบประหยัดๆ ผ้าเราหน่อยนะ จะได้จำนวนตัวเยอะๆๆ ค่าตัดก็อยู่ที่ ประมาณ 2-3 บาท ถ้าจำนวนตัวเยอะ ค่าตัดก็จะ ถูกลง มันก็เป็นเรื่องปกติอ่ะนะ ที่ว่าถ้าทำสินค้าปริมาณเยอะ ต้นทุนก็จะถูกลงตามกัน

- อธิบายอย่างง่าย ๆ คือถ้าเราอยากรู้จริงๆ ว่าผ้า 1 กิโล หรือ 3 หลากว่า ๆ เนี่ย ตัดได้กี่ตัว พื้นฐานง่ายๆ เลย ก็คือ เอาแพ็ทเทิร์นมากางปูไปบนผ้าเลย รับรอง แม่นชัวร์ รู้แน่นอนว่า ได้กี่ตัว แต่รู้คร่าว ๆ ไว้หน่อยก็ดี เป็นต้นว่า ผ้า 1 โลจะตัดได้เสื้อกล้ามได้ 6 ตัวดังนั้น ผ้า 1 พับมี 20 กิโล ก็จะตัดได้โดยประมาณ 120 ตัว หรือถ้าจะตัดเสื้อยืดคอกลมธรรมดา size M ผ้า 1 กิโลก็
จะตัดได้ 4 ตัว รวม ๆ 1 พับก็ได้ 80 ตัว เป็นต้น ง่ายมากๆ ใช่มั๊ยหล่ะ

- เมื่อตัดผ้าเรียบร้อยแล้ว ก็ส่งเย็บ ค่าเย็บก็แล้วแต่ช่างว่าเค้าจะคิดเราเท่าไหร่ แต่โดยทั่วไปถ้าตัดแค่เสื้อกล้ามธรรมดา ก็จะอยู่ที่ประมาณ 8-10 บาทแต่ถ้าเป็นเสื้อแฟชั่น ราคาก็จะแพงขึ้นอีก เพราะว่าอะไหล่เสื้อมีหลายชิ้น แล้วราคาก็แล้วแต่ความยากง่ายของงาน ถ้ายากเค้าก็จะเรียกเราแพงอ่ะนะ แต่ของอย่างนี้ก็ต่อรองกับเค้าได้ให้ลดค่าตัดเย็บลงมาหน่อย ขึ้นอยู่กับวาทศิลป์ในการพูดแล้วหล่ะ 555

คำแนะนำเพิ่มเติม
ทางที่ดี เราควรที่จะต้องหา โรงตัดเย็บที่ มีทั้งโต๊ะตัด แล้วก็เย็บอยู่ในที่เดียวกัน อันนี้น่าจะดีกว่านะ ไม่งั้นเราต้องรับส่งงาน จากอีกที่ไปอีกที่นึง ก็จะยุ่งยากนิดนึง หรือบางที่ ในละแวกนั้น จะมีทั้งโต๊ะตัด เย็บ และสกรีนอยู่ใกล้ๆ กัน ก็จะดี เพราะเค้าจะรับส่งงานกันเองเลย แบบนี้ก็จะสบายเราหน่อย

ง่ายมากๆๆๆ เลยใช่มั๊ยหล่ะ ขั้นตอนการทำเสื้อผ้าเนี่ย รับรองต้องสนุกไปกับมันอย่างแน่นอน ขอให้สนุกกับการทำเสื้อผ้านะจ๊ะ ทุกคน